1/31/2018

คีโตเจนิค ไดเอท และภาวะคีโตอแดปเตชั่น

อาหารยอดนิยมของชาวคีโต

Fat adapted/Keto adapted

เมื่อไม่มีอาหารตกถึงท้องสัก 16-24 ชม (บางคนถึง 72 ชม ขึ้นกับว่ามีไกลโคเจนเก็บสะสมอยู่มากเพียงไรในตับ) ร่างกายก็อาจเริ่มผลิตสารคีโตนจากการเผาผลาญไขมัน แต่ร่างกายยังเรียกหาน้ำตาลอยู่ อาจเกิดอาการหงุดหงิด มือสั่น มึนงง ปวดหัว อยากน้ำตาลเป็นต้น เมื่อบริโภคแป้งและน้ำตาลร่างกายก็กลับไปใช้น้ำตาลเป็นพลังงานหลักอีกครั้ง

ในภาวะที่ร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตในปริมาณต่ำ (ต่ำกว่า 20 กรัมต่อวัน) ร่างกายจะเอาไกลโคเจนในตับและในกล้ามเนื้อมาใช้ ถ้ามีไกลโคเจนเหลืออยู่ร่างกายก็ไม่เข้าสู่ภาวะคีโตสิส (มีสารคีโตนในเลือดหรือปัสสาวะ) สามสี่วันผ่านไปในสภาวะนี้ร่างกายจึงอาจเข้าสู่ภาวะคีโตสิสทางโภชนาการ ตรวจสอบได้จากมีคีโตนในปัสสาวะหรือในลมหายใจ ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้บางคนมีอาการที่เรียกไข้คีโตหรือคีโตฟลู ปวดเมื่อย ไม่มีแรง ออกกำลังไม่ได้ถ้าไม่กินคาร์บก่อนหรือระหว่างออกกำลัง อ่อนเพลีย คือร่างกายร้องขอน้ำตาลนั่นเอง ถ้าอดทนได้สักพักและมีการบริโภคไขมันอย่างต่อเนื่อง กลไกการเผาไขมันจะเริ่มทำงานมากขึ้น เริ่มจากกลไกของตับ ถัดมาอวัยวะอื่นๆเริ่มใช้ไขมันหรืออนุพันธ์ุไขมันเป็นเชื้อเพลิง ถ้าขาดเหลืออย่างไรก็จะไปเอาเสบียงไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงานเองโดยไม่บอกกล่าวเจ้าของร่าง

หยดไตรกลีเซอร์ไรด์ในเซลล์ไขมัน จะถูกสลายและนำออกจากเซลล์ภายใต้การควบคุมของฮอร์โมน

คีโตนที่สมองใช้งานเป็นเชื้อเพลิงอันวิเศษ มีชื่อว่า เบต้าไฮดรอกซี่บิวไทเรต BHB สมองชอบเชื้อเพลิงชนิดนี้มาก ได้พลังงานต่อโมเลกุลมากกว่าที่ได้จากน้ำตาล เผาหมดสดใส สมองโปร่งโล่ง พลังความคิดเพียบ ตื่นตัวทั้งวัน แถม BHB กระตุ้นขบวนการซ่อมแซมและเก็บกวาดอนุมูลอิสระในสมองอีกด้วย เจ้าของร่างจะลดซึมเศร้า ความจำที่เสียไปเริ่มกลับคืนมา อารมณ์ดี โลกสวย อยากขยับแข้งขยับขาออกกำลังและออกไปพบปะเพื่อนฝูง เป็นสภาวะที่วิเศษสุด หลายคนในสภาวะนี้เริ่มไปออกกำลังเองโดยไม่มีใครมาชวน เป็นการช่วยการลดน้ำหนักมากขึ้นไปอีก



ไตรกลีเซอร์ไรด์จากเซลล์ไขมันเดินทางไปที่ตับ ถูกลดขนาดให้เป็นคีโตนส่งไปให้สมอง คีโตนข้าม blood brain barrier เข้าสู่สมองได้ดีมาก 
อาหารคีโตนเพิ่มปริมาณเนื้อเยื่อสีเทาในสมอง ทำให้การหดตัวของสมองในผู้สูงอายุ (สมองฝ่อ) ลดลง
ส่วนกรดไขมันกล้ามเนื้อนำไปใช้ได้เลย
การออกกำลังกายยามเช้าก่อนรับประทานอาหารกระตุ้นขบวนการทั้งหมดดังกล่าว


การบริโภคไขมันทำให้ลำไส้เล็กส่งสัญญาณอิ่มไปยังสมอง คนทานไขมันประจำจะอิ่มทน ไม่กินจุบจิบระหว่างมื้อ รอมื้ออาหารได้ 6-8 ชั่วโมงไม่หิวไม่ออกอาการ บางทีตื่นเช้าก็ไม่หิว ลืมกินอาหารเช้าไปถึงเที่ยงก็มี ออกกำลังได้โดยไม่ต้องอัดคาร์บก่อนเคลื่อนไหว มีแรง ไม่หิวระหว่างออกกำลัง ไม่ต้องพึ่งเครื่องดื่มรสหวาน ถ้าอดอาหาร 12-16 ชม ก็ทำงานได้แม้ยังไม่ได้รับประทานอาหาร หุ่นเปลี่ยน น้ำหนักลดเอาๆ ร่างกายผลิตคีโตนในปริมาณที่เหมาะสม (range ของ nutritional ketosis) ณ จุดนั้นตอนเช้าตื่นมาก็ไม่ค่อยหิว คุณอยากรับประทานอาหารน้อยลง เห็นแป้งและน้ำตาลก็ไม่มือไม้สั่นสะเทือนขวัญและอารมณ์อีกต่อไป

ณ จุดนั้นคุณไม่ควรลดไขมันที่บริโภค แค่หยุดเมื่ออิ่มก็เพียงพอแล้ว

คุณจะเข้าสู่ภาวะคีโตสิสได้ดี และอแดปได้ในเวลาไม่นาน เมื่อ

1) มีสุขภาพตับที่ดี
2) มีสมดุลย์แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่
3) เลี่ยงคาร์บแฝงและผงชูรส คุมคาร์บที่ 20 กรัมต่อวัน
4) บริโภคโปรตีน ไม่เกิน 0.8-1.2 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกก.
5) กล้ากินไขมันตามโควต้า ทั้งอิ่มตัวไม่อิ่มตัวสลับกันคละกัน
6) ไม่เครียด
7) ดื่มน้ำมากๆ ไม่มีน้ำไขมันเผาผลาญไม่ได้
8 ) ทานผัก ได้เกลือแร่ แก้ท้องผูก
9) ทานเกลือ (หิมาลัย) 1-2 ช้อนชาต่อวันในมื้ออาหารหรือน้ำดื่ม
10) นอน 7-8 ชม ต่อวัน
11) ออกกำลังแบบเบาๆ ถ้าเทรนเวททุกวัน หรือโหมเหมือนเคยสมัยลดน้ำหนักอื่นๆ ความเครียดเกินฮอร์โมนเครียดหลั่งไม่มีการเผาไขมันนะคะ ร่างนึกว่าคุณเทรนไปออกรบ เลยสะสมไขมันให้เอาไปออกรบด้วยค่ะ เหลือเทรนนิ่งสัปดาห์ละสองวันพอ

สักสี่สัปดาห์+ ขึ้นไปคุณอาจสังเกตความเปลี่ยนแปลงข้างต้นได้ด้วยตนเอง พร้อมไขมันที่หายไปจนต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ หุ่นลงเร็วกว่าขีดตาชั่งนะคะ สุขภาพที่เปลี่ยนไปมาก่อนการลดน้ำหนักค่ะ ยินดีด้วยนะคะ คุณเป็นชาวเผ่าคีโตโดยสมบูรณ์แล้ว

ดร.ไก่
#คีโตหลังหัวใจวาย
#ชีวิตหลังสเต้นท์
#คีโตเจนิคไดเอท
#กินไขมันไล่ไขมัน
#กินอย่างไรไล่ห่วงยาง
#KetogenicDietThailand

บรรณานุกรม
บทความของ
Dr. David Unwin MD,
https://youtu.be/KxbWw5jwzHs
Dr. Eric Westman MD.
https://youtu.be/WendvONj5O0
Dr. David Perlmutter MD.
https://youtu.be/cv04vkN3J7E


Cr ภาพจากอินเตอร์เน็ต

1/30/2018

คีโตเจนิค ไดเอทหลัง 50

คีโตเจนิค ไดเอทหลัง 50

ช่วงนี้แฟนคลับเขียนมาหาหลังไมค์มากมาย ในเฟซบุ๊ค ดร.ไก่ ศูนย์ใจปรารถนา ขอคำแนะนำเรื่องการลดน้ำหนัก ได้บอกแฟนๆ ว่า การกินไขมันไล่ไขมันนี้เป็นการบริโภคอาหารเพื่อทำงานร่วมกับฮอร์โมนในร่างกายเราเอง ลดการกระเพื่อมของฮอร์โมนอินสุลิน เมื่องดแป้งและน้ำตาลปริมาณฮอร์โมนอินสุลินในกระแสเลือดจะอยู่ในระดับต่ำเสมอๆ ในสภาวะนี้เองที่ฮอร์โมนเผาผลาญไขมันจะทำงาน กำจัดไขมันส่วนเกินออกไป น้ำหนักที่ลด หุ่นที่ดีขึ้นเป็นเพียงผลพลอยได้ของสุขภาพดี การบริโภคแบบนี้ทำให้ตับอ่อนได้พักผ่อน คนที่มีภาวะดื้ออินสุลินสภาวะดังกล่าวจะลดน้อยถอยลง คนที่เป็นเบาหวานจะลดการฉีดอินสุลินลงเพราะน้ำตาลในเลือดไม่สูงอีกต่อไป ในผู้ป่วยเบาหวานสุดท้ายแพทย์จะลดยาเบาหวานถึงกับเลิกให้ในที่สุดเพราะค่าน้ำตาลในเลือดเป็นที่น่าพอใจ


ปรากฏว่าหลายท่านที่คุยมาหลังไมค์มีอายุเกิน 50 บ้างเกิน 60 ก็มี ลูกหลานอ่านพบให้พ่อแม่มาคุยเอง

ปัญหาของท่านดูจะเหมือนๆกัน

เดินขึ้นบันไดเหนื่อยมาก หัวใจมันจะเต้นออกมาจากอก
กินข้าวมื้อละสามจาน มันหิวหยุดไม่ได้
วันๆ ไม่ไปไหนแล้ว ปีที่แล้วน้ำหนักเพิ่มมาสิบโล ไปไหนอายเค้า
สามีเรียกยายหมู พี่ก็เสียใจมาก ไปเข้าคอร์สกินยามันก็ไม่ลด
หมอให้ออกกำลัง เดินแล้วมันเหนื่อย ปวดเข่าด้วย แล้วไม่เห็นมันลดเลย
รักษาเบาหวานมา ตั้งแต่กินยา จนตอนนี้ต้องฉีดอินสุลินทุกวัน มันก็ไม่เห็นดีขึ้นเลย
พี่เป็นมะเร็งปากมดลูก รักษาและคีโมมาแล้วห้าปี มากินอย่างนี้จะได้ไหม


นี้คือตัวอย่างคำถามส่วนหนึ่งจากท่านเหล่านี้ พร้อมทั้งคำตอบ

ฟังดร. ว่าก็เชื่ออยู่หรอก แต่ไม่กินข้าวมันจะอิ่มได้อย่างไร
ข้าวหนึ่งกรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี่ ไขมัน 1 กรัมให้พลังงาน 9 แคลอรี่
ข้าว 1 ทัพพีมี 80 แคลอรี่
หมูสามชั้น 1 ขีดมีพลังงาน 518 แคลอรี่
วันหนึ่งให้คุณน้าทานหมูสามชั้นมื้อละขีด (ไม่ใช่อย่างนี้ทุกมื้อ) พลังงานมากกว่าข้าวสามทัพพีอีกคะ คุณน้าไม่หิวหรอกค่ะ

ที่ยากหน่อยคืองดผลไม้ โอย จะเอาวิตะมินที่ไหน
เอาวิตะมินจากผักใบเขียวค่ะ

โอยฉันกินอาหารมื้อนึงนำ้หนักขึ้นมาสี่ขีดจะทำอย่างไร
ไม่ต้องทำอะไรค่ะ ขอเวลาสักพักเห็นผลเองค่ะ

กินกล้วยก่อนนอนได้ไหม
ไม่ได้คะกล้วยหนึ่งผลคาร์โบไฮเดรทเกือบ 30 กรัมค่ะคุณน้า

ก่อนนอนเคยทานขนมปังกรอบ กลัวหิวกลางคืน
ถ้าทานอาหารเติมไขมันอิ่ม ก่อนนอนกลางดึกไม่หิวค่ะ


ตัวดิฉันเองก็ 50+ น้องนางอุดรคนงามวานนี้ก็ 50+ วันก่อนแฟนคลับ 60+ โทรมาเล่าว่าทานคีโตจีนิค ไดเอทสองสัปดาห์ ลดปริมาณอินสุลินที่ฉีดไปแล้ว ป้าปรางพระโขนงโทรมาเมื่อเช้า บอกลูกชายทำตามดร. ตอนนี้ซิกซ์แพ็คขึ้นแล้ว ลูกสะใภ้เลยจัดอาหารเหมือนกันให้ป้าปรางบ้าง กินมาสามวันไม่น่าเชื่อลดไปกิโลหนึ่ง พุงยุบก้นยุบ ตอนนี้ก้มเห็นนิ้วเท้าตัวเองแล้ว

การกินอาหารแบบคีโตเจนิค ไดเอทเป็นการกินเพื่อปรับสมดุลการใช้พลังงานสะสมในร่างกาย ให้ร่างกายเอาไขมันสะสมมาเผาใช้ในชีวิตประจำวัน เราอยู่ในยุคอยู่ดีกินดี ไม่ต้องสะสมไขมันไว้ใช้ยามขาดแคลนในวันหน้าอีกต่อไป ค้างคานานเป็นรังของโรคและเป็นภาระร่างกาย จึงขอชักชวนให้ศึกษาการรับประทานอาหารแบบนี้เป็นทางเลือกอย่างหนึ่งนะคะ


#คีโตเจนิคไดเอท
#ชีวิตหลังสเต้นท์

1/29/2018

คีโตเจนิคไดเอท กินอย่างไรไล่ห่วงยาง

ภาพจากอินเตอร์เน็ต

คีโตเจนิคไดเอท กินอย่างไล่ห่วงยาง

"ห่วงยาง มันมาได้อย่างไรก็ไม่รู้"

"ตอนสาวๆ มันก็แค่มีพุงนิดๆหน่อยๆ"

"หนูก็กินยาลดความอ้วน เดิมน้ำหนัก 53 กก ตอนหกสิบชักไม่ไหว ไปซื้อมากินหมดนะอาจารย์ ยาเผาไขมัน กาแฟลดน้ำหนัก ฯลฯ วันนี้มันไม่หกสิบแล้วอาจารย์ มันเก้าสิบกว่ากิโล หนูไม่ไหวแล้วขึ้นบันไดบ้านไปนอนชั้นสองหนูหอบแฮ่กๆ ใจมันจะเต้นออกมาจากอก กินอาหารเสริมอะไรมันก็ไม่ลด หนูอ่านเป็นเพื่อนกับอาจารย์ในเฟซ ช่วงนี้ตามอ่านมาสักพักเห็นอาจารย์ลดน้ำหนักได้ อาจารย์ช่วยหนูได้ไหม"

"อาจารย์ไปทำอะไรมาหุ่นหายไปเยอะเลย"

น้องนาง เพื่อนเฟซจากอุดร เขียนมาถามทางอินบ๊อกซ์เฟซบุ๊คในวันหนึ่งกลางเดือนพฤศจิกายน หลังจากดิฉันโดนหมอจัดให้กินยาลดไขมันสแตตินเมื่อเดือน ตุลาคม 2560 แต่คนไข้กบฏไปกินคีโตจีนิค ไดเอ็ต รักษาตนเอง หวังแค่หยุดสภาวะดื้ออินสุลินของตนเอง หนึ่งเดือนผ่านไปน้ำหนักหายไปราวสีกก. กลับมาสวมเสื้อผ้าที่ใส่ไม่ได้แล้วอีกครั้ง

ภาพถ่าย มกราคม 2559 82.0 กิโลกรัม
BMI 30.12 โรคอ้วนระยะที่ 1

คีโตเจนิค ไดเอท เป็นวิถีการกินอาหารที่รับประทานคาร์โบไฮเดรตต่ำมากไม่เกิน 20 กรัมต่อวัน ทานไขมันเป็นพลังงานหลัก 75% ควบคุมปริมาณโปรตีนที่ 15% การรับประทานอาหารแบบนี้ใช้กับคนไข้ชักมานานแล้ว ปัจจุบันแพทย์บางกลุ่มใช้เป็นทางเลือกรักษาเบาหวาน (ค่ะ รักษาเบาหวานถึงกับงดฉีดอินสุลินและหยุดยาได้) รักษา PCOS หยุดอัลไซม์เมอร์และย้อนกลับสู่สภาพความจำดีขึ้นได้ รักษาโรคซึมเศร้า โรคแอปเนีย (นอนขาดอ็อกซิเจนสะดุ้งตื่นตอนกลางคืน) ของแถมคือคนไข้น้ำหนักลดหุ่นดีพลังงานชีวิตเยี่ยม

คนป่วยที่หมอรักษาไม่หาย มีแต่ทรงกับทรุด เอาอำนาจมาอยู่ในมือกินคีโตจีนิค ไดเอทรักษาตัวเองก็เป็นหมื่นเป็นแสนคน

คนที่ไม่ป่วยในสหรัฐอเมริกาก็หันมารับประทานคีโตจีนิค ไดเอทเพื่อการลดน้ำหนักกันมากมาย

ภาพถ่าย มกราคม 2561 71.7 กิโลกรัม
BMI 26.34 น้ำหนักเกิน

ตั้งแต่ ตุลาคม 2560 ตัวเองได้พลีชีพกินขาหมู หนังไก่ แซลม่อน อโวคาโด แคบหมูรักษาตัวเอง เพื่อนที่เป็นหมอเห็นก็ไม่กล้าพูดอะไร คิดว่าเราหลงทาง ไม่แตะข้าวใหม่ๆ ก็ทำใจยาก ตอนนี้เป็นเรื่องง่าย แค่คิดถึงมะม่วงน้ำปลาหวานเวลาผ่านตลาดนัด เพราะแค่เดินผ่านน้ำลายมันสอขึ้นมาเลย

ผ่านมาสองสามเดือนคนที่ทำงานเริ่มทัก วันก่อนน้องชั้นสองมาขอสัมภาษณ์จะไปกินตามเพื่อลดหุ่นมั่ง สุดท้ายคุณหมอสาวสวยชาวโลว์คาร์บมาขอเรียนเทคนิคคีโตจีนิคด้วยคน เพราะโลว์คาร์บออกกำลังเยอะมากทุกวันน้องไขมันก็ยังไม่หนีไปไหน คุณหมอมาเรียนรู้ กลับไปกินคีโตจีนิคสามวันหายไปกิโลครึ่ง แถมได้กินคากิ ไข่ดาวพร้อมไข่แดง ไข่เจียวใส่ชีส กาแฟใส่วิปครีม ฯลฯ วัน แรกสั่งคากิคุณหมอน้ำตาไหลเพราะไม่ได้กินขาหมูเนื้อหนังมากว่าห้าปีแล้ว....




ภาพเมนูอาหารเครื่องดื่มในกลุ่มคีโตจีนิคจากอินเตอร์เน็ต

จะครบสี่เดือนเร็วๆ นี้ ปัจจุบันน้ำหนักหายไป 8 กิโลกรัม ที่ได้คืนมาคือความมั่นใจในตัวเองมากมาย 


น้องนางบ้านเฮา ลดไป 8 กิโลกรัมในสองเดือน
ภาพได้รับอนุญาตจากน้องนาง

ส่วนน้องนาง เพื่อนเฟซคนงามแห่งแดนอีสาน นางก็จัดหนักจัดเต็ม เชื่อว่าพี่ดร. เค้าแนววิชาการ ไม่พาเราหลงป่าหลงเขาแน่นอน ถึงจะสั่นคลอนเพราะเขาตราหน้ากันทั้งซอย ว่า "หมูกินขาหมูคงจะกลายเป็นหมูระเบิดในเร็วๆ นี้" ถึงกับปรามาสว่าถ้านางลดได้สิบโลจิ๊กโก๋ในซอยจะกราบตีน 

วันนี้สองเดือนผ่านไปหลังจากกินเส้นบุก น้ำปลาร้า หมูสามชั้น ขาหมู เนย วิปครีม น้ำมันมะพร้าวรายวันนางลดได้ 9 กิโลกรัม (ภาพบน) อีกไม่นานคงจะมีการกราบตีนไลฟ์บนเฟซบุ๊คสดจากอีสานบ้านเฮาแน่นอน

กินคีโตเจนิค ไดเอท เป็นวิถีเปลี่ยนชีวิต รายละเอียดเป็นอย่างไรโปรดติดตามต่อในตอนหน้าค่ะ

ดร. ไก่ ศูนย์ใจปรารถนา
รศ.ดร. กรณ์กาญจน์ ภมรประวัติ
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

#คีโตเจนิคไดเอท
#กินไขมันไล่ไขมัน
#ชีวิตหลังสเต้นท์
#กินอย่างไรไล่ห่วงยาง
#ภาพจริงไม่มีสตั๊นท์
#KetogenicDietThailand

3/01/2017

กินอะไรไกลอัลไซม์เมอร์

อัลไซม์เมอร์ ป้องกันได้ด้วยหรือ


อัลไซม์เมอร์ เกิดขึ้นเมื่อสมองฝ่อ มีเบต้าอะมีลอยด์พล๊ากสะสมระหว่างเซลล์ประสาท


สมองปรกติ ภาพซ้าย สมองอัลไซม์เมอร์ ภาพขวา



ภาพที่คุณเห็นคือเซลล์สมอง ตระกรันสีน้ำตาลคือ เบต้าอะมีลอยด์โปรตีน สะสมในรูปของพล๊าก การสะสมของอะมีลอยด์พล๊ากทำให้คุณหลงลืม เสียความจำ เป็นอาการของโรคอัลไซม์เมอร์ 

สมองผู้ป่วยอัลไซมืเมอร์ส่วนฮิปโปแคมปัสจะหดตัวลง ทำให้ผู้ป่วยเริ่มมีอาการหลงลืม จากนั้นสมองส่วนอื่นจะหดตัวตาม

คนที่มียีนอัลไซม์เมอร์ถ่ายทอดมาจากพ่อแม่ มีโอกาสเป็นอัลไซม์เมอร์ได้มากกว่าคนทั่วไป ปัจจุบันเรามีอายุยาวนานขึ้น โรคนี้จึงเป็นปัญหาของคนสูงอายุ ในสหรัฐอเมริกาผู้สูงอายุที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป ครึ่งหนึ่งเป็นโรคอัลไซม์เมอร์

นพ. นีล บาร์นาร์ด (Neal Barnard MD) กล่าวถึงงานวิจัยในชิคาโก สหรัฐอเมริกา ติดตามชีวิตผู้คนว่าใครรับประทานอาหารอย่างไร แล้วต่อมาในชีวิตใครบ้างเป็นโรคอัลไซม์เมอร์


อะไรให้เลี่ยง


ไขมันอิ่มตัว ถ้าคุณรับประทานชีส เบค่อน ร่วมกับแป้งและน้ำตาลความเสี่ยงในการเป็นอัลไซม์เมอร์เพิ่มขึ้นอย่างมาก

ไขมันทรานส์ คุณควรจะหลบอาหารเหล่านี้เพื่อสุขภาพหลอดเลือด แต่ถ้าคุณเลี่ยงอาหารเหล่านี้ได้คุณลดความเสี่ยงการเป็นอัลไซม์เมอร์ และการเสียความจำในวัยชราด้วย

ในพล๊ากเหล่านั้นมีเหล็กและทองแดงด้วย การทอดอาหารจากกระทะเหล็ก การดื่มน้ำจากท่อทองแดง โลหะเล่านี้แทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย เกิดอ๊อกซิเดชั่นเป็นอนุมูลอิสระ อนุมูลอิสระเล็ดลอดเข้าไปได้ถึงในสมอง เกิดสป๊าคบนระยางสมอง เกิดความเสียหายต่อเซลล์สมอง

ปรกติเราได้รับเหล็กในอาหารของเรา ถ้าเรารับประทานธาตุเหล็กในวิตะมินรวม หรือบริโภคเนื้อวัวหรือตับมากเกินไป ก็จะมีเหล็กเกินพอดีหลุดลอดเข้าไปในสมองได้เช่นกัน ร่างกายเราต้องการเหล้ก แต่ถ้าได้รับมากเกินไปจะเป็นปัญหาต่อสมอง

อะไรให้รับประทาน


วิตะมินอี พบในในปวยเล้ง มะม่วง ถั่วและเมล็ดพืชต่างๆ  ถ้ารับประทานวันละ 8 มก ลดความเสี่ยงอัลไซม์เมอร์ไปได้ 50 เปอร์เซนต์ ควรจะรับประทานจากอาหารธรรมชาติ เพราะวิตะมินอีมีมากกว่าห้ารูปแบบ ถ้าสกัดออกมาจะได้แค่รูปแบบเดียว ถ้าบริโภครูปแบบเดียวมากไปร่างกายจะหยุดดูดซึมวิตะมินอีในรูปแบบอื่น

รับประทานถั่วหรือเมล็ดพืชวันละหนึ่งกำมือจะได้วิตะมินอี 5 มิลลิกรัม แต่ให้บุบเมล็ดเหล่านั้นทานกับสลัด หรือโรยหน้าอาหาร เช่นแพนเค๊ก เพราะถ้าทานเล่นๆกำมือหนึ่งคุณหยุดบริโภคเพิ่มไม่ได้แน่นอน จะได้แคลอรี่เกินมาแทน

อาหารมีสี

สีม่วง การทดลองให้น้ำองุ่นหนึ่งแก้วตอนเช้า หนึ่งแก้วตอนเย็นกับคนไข้ที่เริ่มสูญเสียความจำ สามเดือนความจำดีขึ้น องุ่นมีสารต้านอนุมูลอิสระ เมื่อรับประทานอาหารสีม่วง ดูอัญชัน ลูกไหน ข้าวไรซ์เบอร์รี่ กระหล่ำปลีสีม่วง น้ำมะเม่า


มะเม่า ของดีเมืองไทย


สีส้ม เบต้าแคโรตีน แครอท ส้ม ไลโคปีนในมะเขือเทศ น้ำฟักข้าว แตงโม ฝรั่งไส้แดง

การเปลี่ยนอาหารเป็นคีโตจีนิค ไดเอ็ต

เปลี่ยนอาหารเป็นคีโตจีนิค ไดเอ็ต นพ เดวิด เพิร์ลมัตเตอร์ แพทย์เชี่ยวชาญโรคสมองและประสาท ใช้การงดแป้งงดน้ำตาล รับประทานไขมันแบบคีโตจีนิคไดเอ็ต หยุดอัลไซม์เมอร์และโรคความจำเสื่อม และฟื้นฟูสมรรถภาพสมองบางส่วนกลับมาได้อย่างได้ผล

ออกกำลังกายแบบแอโรบิค ย้อนวัยให้สมอง


ภาพซ้ายบน ตำแหน่งลูกศรชี้และกรอบภาพสีขาว แสดงสมองฮิปโปแคมปัสของคนปรกติ 
ภาพล่างของผู้ป่วยอัลไซม์เมอร์

นอกจากนั้นแล้วให้ออกกำลังกาย เดินเร็ววันละสีสิบนาที สัปดาห์ละสามวัน แค่เพียงสิบสองเดือนสมองฮิปโปแคมปัสส่วนที่ที่เลือกเก็บความจำแทนที่จะหดตัวกลับขยายขนาด เรียกว่าสมองเป็นหนุ่มเป็นสาวขึ้นว่างั้นเหอะ ความจำจะดีขึ้น ชะลอสมองเสื่อม

ป้องกันดีกว่ารักษาว่าไหมคะ

อินบ๊อกซ์เฟสบุ๊ค Korn Bhamarapravati หรืออีเมลล์ drkornkarn@gmail.com

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

อัมพฤกษ์ครึ่งซีก บำบัดแบบกระจกเงา

อัมพฤกษ์ครึ่งซีก
การบ้านคุณป้าเตือนใจ ใครๆก็เอาไปทำตามได้ ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะ


บำบัดอัมพฤกษ์ด้วยกระจกเงา
ให้วางกระจกบนดินน้ำมันบนโต๊ะ ตั้งขึ้นดังในภาพ ให้ด้านหลังบังมือข้างสูญเสียการเคลื่อนไหว ให้เรามองเห็นเงามือข้างดี
ขยับมือข้างที่ดีไปมา ให้ตาจ้องที่เงาในกระจก เมื่อจ้องภาพในกระจกเงา สมองของเราจะคิดว่ามือข้างที่เคลื่อนไหวไม่ได้กำลังเคลื่อนไหวอยู่ ทำให้เกิดการทำงานของเซลล์ประสาทสะท้อนกระจกในสมอง (mirror neuron) เซลล์เหล่านี้อยู่ในสมองณ ตำแหน่งเดียวกันกับเซลล์ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ค่อยๆ ทำไปควบคู่กับการรับประสบการณ์ใหม่ๆ ในแบบอื่น ลองใช้กระจกกับเท้าที่เป็นอัมพฤกษ์ด้วยก็ได้นะคะ
ขยันฝึกไปเถิดจะเกิดผล มันดูตลกบ้างก็จำทน อยากใช้งานอีกหนขยันเอย
สนใจข้อมูลบำบัดอัมพฤกษ์ติดต่ออินบ็อกซ์คะ

2/27/2017

เลิกสมาธิสั้น เลิกกินยา

เลิกสมาธิสั้น เลิกกินยา



เด็กสมาธิสั้น ออทิสติก งานวิจัยพบว่าคลื่นสมองของเด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่เหมือนเข้าฌานเป็นคลื่นเธต้า มักขาดคลื่นเบต้าซึ่งเป็นคลื่นปฏิบัติงานปรกติในชีวิตประจำวัน

อุปกรณ์แสงอัจนา ให้ไฟกระพริบสีขาวอ่อนโยนในความถี่คลื่นเบต้า เปลี่ยนลูกของคุณให้เป็นเด็กดีที่เขามีศักยภาพ เลิกเสียทีกับการกินยาเคมีคุมประพฤติ

ติดต่อเซสชั่นทดลองวันนี้
อาจารย์สอนหนังสือนศพ. ตอนกลางวัน โทรได้ค่ำๆ หรือ SMS ไว้แล้วจะโทรกลับนะคะ
081 441 3989

#Sanctuarywellness
ชีวิตดีด้วยแสงสว่าง

ลาดพร้าว 71

1/18/2017

จะแก่กันอย่างไรดี

Sanctuary@Khaoyai
#Aginginplacethailand





ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีการเสื่อมถอยของร่างกายและการทำงานของสมอง เมื่อเวลาล่วงไปๆ ก็พึ่งตนเองได้น้อยลงๆ เดิมสภาวะสังคมเกษตรกรรมครอบครัวอาศัยอยู่เป็นครอบครัวใหญ่มีคนอายุน้อยกว่าในครอบครัวพอเป็นหูเป็นตาดูแลช่วยเหลือความต้องการของผู้สูงอายุในบ้านได้บ้าง ปัจจุบันสังคมอุตสาหกรรมและสังคมบริการทั้งหญิงชายไปทำงานนอกบ้านหมดสิ้นและมีชีวิตอยู่เป็นครอบครัวเดี่ยว ผู้สูงอายุเมื่อร่างกายเสื่อมถอยลงจะได้รับความช่วยเหลือที่ตนเองต้องการอย่างไร

ผู้สูงอายุเมื่อเริ่มสูงอายุขึ้นไม่มีใครต้องการจากบ้านของตนเองไปอยู่ที่อื่น คนที่ต้องจากบ้านไปอยู่ที่อื่นส่วนใหญ่คนเลือกคือลูกหลานไม่ใช่การตัดสินใจของผู้สูงอายุเอง ในประเทศไทยเห็นมีสถานที่รองรับอยู่สองแบบ
แบบแรกคือ independent senior living (ISL) ได้แก่สวางคนิเวศน์ของสภากาชาดไทยที่บางปู ISL ปล่อยให้ผู้สูงอายุมีอิสระเต็มที่ แค่มาอยู่ใกล้ๆ กันเผื่อมีเพื่อนวัยใกล้เคียงกัน หวังใจว่าให้มีสังคมคลายเหงา ในประเทศไทยผู้สูงอายุเลือกมาใช้ชีวิตในชุมชนเช่นนี้ด้วยหวังว่าจะได้รับการดูแลรักษาพยาบาลที่ทันท่วงทีเมื่อมีการเจ็บป่วย สถาบันที่จัดที่อยู่อาศัยเช่นนี้มีความจำเป็นต้องเข้าใจการใช้ชีวิตของผู้สูงวัยเพราะมีองค์ประกอบอื่นๆ มากกว่าการรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยอีกมากมาย
อีกแบบคือ skilled nursing facilities (SKF) ได้แก่สถานรับเลี้ยงผู้สูงอายุทั่วไป (ส่วนใหญ่ดำเนินการโดยบุคคลากรสาธารณสุข) ในประเทศไทยคือคนไข้ติดเตียง อาจเป็นอัลไซม์เมอร์เยอะแล้ว มีแผลกดทับ สะโพกร้าวเดินไม่ได้ อัมพาตอัมพฤกษ์ ฯลฯ ผู้สูงอายุแม้จะยังเดินได้ก็ขาดความเป็นส่วนตัว จะไปห้องน้ำต้องกดกริ่งเรียกให้เจ้าหน้าที่พาไป เพราะสถาบันต้องป้องการการหกล้มอย่างที่สุด ห้องน้ำรวม อาบน้ำต้องมีคนช่วย อาจอยู่เป็นห้องเดี่ยวหรือห้องรวม สถาบันเช่นนี้มีมากขึ้นทุกวันเพราะมีรายได้ต่อตารางเมตรดี ขั้นต่ำเรียกเก็บราว 12,000-15,000 บาทต่อหัวต่อเดือน อาจอ้างว่ามีสวนมีวิว แต่เขามีบุคคลากรมากพอที่จะพาผู้สูงอายุออกมาไหม บางห้องไม่มีหน้าต่างที่มองนอกตัวอาคารได้ด้วยซ้ำไป ผู้มีรายได้น้อยตรงนี้ลืมไปเลยค่ะ ใครโชคดีเป็นข้าราชการมีเส้นสายในโรงพยาบาลของรัฐบ้างก็ขอให้แพทย์ใช้สิทธิ์รับพ่อแม่แอดมิดยาวเบิกค่านอนโรงพยาบาลได้อีกด้วยซ้ำไป
ใครพอมีฐานะก็จ้างพยาบาลมาดูแลพ่อแม่ที่บ้าน หรือหนึ่งในพี่น้องออกจากงานมาทำหน้าที่ดังกล่าวเอง วิธีนี้ค่าใช้จ่ายสูง ในวันข้างหน้าที่คนชั้นกลางเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์เกษียณอายุ คนรุ่นนี้มีลูกสองคนหรือต่ำกว่า บ้างก็โสด ใครจะดูแลพวกเขาเหล่านั้น ลูกสองคนให้ออกจากงานมาดูแลพ่อแม่คนหนึ่งแล้วอีกคนส่งค่าใช้จ่ายมาให้มันไม่เพียงพอ
อีกแนวความคิดที่กำลังมาแรงคือ Aging in place (AIP) คือให้ผู้สูงอายุได้อยู่ในบ้านของตนเองให้นานที่สุด จึงมีแนวคิดในการปรับปรุงระบบนิเวศน์ของบ้านที่มีอยู่ หรือที่จะสร้างใหม่ให้พร้อมรองรับความเสื่อมถอยของร่างกายและสมองของเจ้าของบ้าน ลดความน่าจะเป็นในการเกิดอุบัติเหตุในบ้านของตนเอง พื้นบ้านระนาบเดียวเผื่อการใช้รถวีลแชร์ ห้องน้ำมีราวจับ แสงไฟส่องสว่างในแนวทางเดิน ฯลฯ
หมายเหตุ ภาพสวน กรงไก่และสวนผักจากเฟสบุ๊ค สวนกุหลาบคุณลุงสนั่น ปากช่อง คอกวัวที่ปายาวี รีสอร์ท ปากช่อง ห้องนั่งเล่น ห้องตัวอย่าง แวงชัวรี่ เขาใหญ่ค่ะ 
สนใจโครงการติดต่อ drkornkarn@gmail.com 
ให้เบอร์ไว้จะโทรกลับนะคะ081-441-3989 
ฝันไว้หมดนั่นรอนิดค่ะ