3/22/2019

ความเครียดเชิงอารมณ์กับการลดการทำงานของยีนระบบภูมิคุ้มกัน

ความเครียดเชิงอารมณ์กับการลดการทำงานของยีนระบบภูมิคุ้มกัน

บทความในวารสารมะเร็งยุโรปตีพิมพ์เรื่องความเชื่อมโยงของความเครียดเชิงอารมณ์กับการลดการทำงานของยีนระบบภูมิคุ้มกัน ภาวะซึมเศร้ากดการทำงานของการสร้างทีเซลล์นักฆ่าภายในร่างกาย ขัดขวางการซ่อมแซมดีเอ็นเอที่ผิดปรกติ และกระตุ้นการป่วยตายแบบอะป็อบโทซิสของเซลล์ บทความสรุปว่า ปัจจัยทางจิตวิทยาหรือเชิงพฤติกรรมอาจมีผลต่อความความพัฒนาก้าวหน้าของมะเร็งผ่านปัจจัยเชิงจิตวิทยาสังคมในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและระบบสรีระวิทยาอื่น

บทความรีวิวจากวารสารมะเร็ง (ตีพิมพ์ผ่านระบบข้อมูล PubMed)โดยดร. จูเลียน บาวเออร์ 2019 กล่าวว่า ความเหนื่อยล้าเกินกว่าระดับการทำกิจธุระในชีวิตประจำวันทั่วไปเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในคนไข้มะเร็ง ให้ความรู้สึกสิ้นหวังต่อเนื่อง หมดเรี่ยวแรงทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และความคิดอ่าน การศึกษาเชิงความเกียวข้องระหว่างภูมิคุ้มกันและระบประสาทพบว่า ความลำบากยากแค้นในวัยเด็กมีผลอย่างมากกับการเสียพลังงานชีวิตที่สัมผัสได้ในรูปแบบของอาการไม่มีเรี่ยวแรงนี้ อาการอื่นที่พบคืออาการซึมเศร้าหมดอาลัยตายอยาก ไม่ทำอะไรเลย การนอนถูกรบกวน (นอนไม่หลับ หลับไม่นาน หลับไม่อิ่ม) มีอาการแปลกแยก อยู่คนเดียว หงอยเหงา และมีความผวาหวาดกลัวหงุดหงิด งานวิจัยลงความเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงเชิงภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมนประสาท และระบบประสาทมีความเกี่ยวข้องกับความหมดเรี่ยวแรงนี้

ดร. คาโรลีน มิสส์ กล่าวว่า เมื่อพลังงานจักระรั่วไหล เกิดการเสียพลังชีวิต ร่างกายต้องไปดูดพลังงานชีวิตจากเนื้อเยื่อใกล้จักระดังกล่าวมาใช้ ทำให้เกิดการเหนือยง่าย ไม่มีแรง และเกิดอาการซึมเศร้าได้ สภาวะนี้เหมือนปรากฏการณ์ที่วารสารมะเร็งกล่าวไว้ข้างต้น ความเครียดทางกายจิตและอารมณ์เบื้องต้นทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติด้านกลัวและต่อสู้หรือหนีทำงานต่อเนื่อง ประสาทส่วนซ่อมแซมพักผ่อนไม่สามารถทำงานได้เต็มกำลัง ทำให้เกิดโรคร้ายกับร่างกายได้ในที่สุด

วิธีซ่อมแซม ก่อนอื่นคือเปิดโอกาสให้ระบบประสาทพาราซิมพาเธติกได้ทำงานของมัน จะเกิดได้เมื่อร่างกายผ่อนคลาย ดนตรี การเต้น งานศิลปะ คือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายรีบเร่งน้อยลง เปิดช่องว่างให้ระบบประสาทคลายตัวร่างกายจึงมีโอกาสซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คือความคิดที่ทำให้จิตใจเราไม่คลุกกับเคื่องราวของผู้อื่นมากมายในแต่ละวัน เป็นการเก็บรักษาพลังงานชัวิตไปใช้ในการเนรมิตอนาคตให้เป็นตามต้องการ ผู้ที่จัดการพลังงานความคิดและอารมณ์ตนเองได้อย่างสมดุลในแต่ละวัน จะมีจิตใจแจ่มใส สุขภาพสมดุลเมื่อพลังชีวิตดีโรคภัยต่างๆก็ไม่สามารถมาเยือนให้เกิดปัญหาได้

ข้างล่างนี้คือบทความเรื่อง primo vascular system ซึ่งเชื่อกันว่าคือเส้นเมอริเดียนในการแพทย์จีนนั่นเอง วันหนึ่งเราจะพบว่าการขจัดความเครียดคือการสร้างสมดุลให้ร่างกาย และร่างกายจะเยียวยาตนเองได้ในที่สุด

Auburn University Professor Vitaly Vodyanoy has used his personally invented, patented microscopy system to confirm the existence of a primo-vascular system that could provide a scientific foundation for acupuncture and other treatments such as osteopathic manipulation.



He revealed for the first time the microstructure of the miniscule, translucent system of vessels, subvessels and stem cell-filled nodes—together making up the primo-vascular system—running throughout a rat's body, appearing in and on blood vessels, organ tissue and the lymphatic system. He published his initial research as a chapter, "Characterization of Primo Nodes and Vessels by High Resolution Light Microscopy," in the book, "The Primo Vascular System: Its Role in Cancer and Regeneration," in 2012. He also published three papers in 2015-16.

"Even with our microscope, you cannot see the vessels until they are touched because they are transparent, but they turn a yellowish color when touched. The width of the node is only 1 mm, and the fine structure of the node can only be seen using high-resolution light microscopy," said Vodyanoy, Ph.D., professor of anatomy and physiology in the College of Veterinary Medicine. "The rat is an excellent model for research before studies are conducted with humans." 
The ability of the primo-vascular system to regenerate cells and tissues is consistent with the principle formulated by Andrew Taylor Still, a 19th century American physician and Civil War surgeon who founded osteopathic medicine on the basis that "the body possesses self-regulatory mechanisms, having the inherent capacity to defend, repair and remodel itself."

"We are pushing the boundaries of accepted or recognized anatomy and physiology," Vodyanoy said. "Not many people are working on the primo-vascular system because it goes against current science concepts."
Acupuncture is an accepted form of treatment by doctors in the Far East in countries like China, but it is met with skepticism in Western society. Confirmation of Vodyanoy's hypothesis could bring together the two medical philosophies, provide an unlimited source of individualized stem cells and bring new diagnostic and therapeutic methods. He says the highest potential impact could be in pain management, developmental biology, tissue regeneration, organ reconstruction and diabetes and cancer prevention and treatment.


"Based upon the ancient literature, it is not clear whether ancient Chinese doctors knew the specific biological structure of an acupuncture point," Vodyanoy said. "However, it is clear that the ancient knowledge of acupuncture meridians, or body pathways, was more detailed and explicit."

In contrast to the Western view of acupuncture meridians as mere lines on the skin, Vodyanoy says the classical Chinese text indicates that the meridians, in fact, possess a three-dimensional shape. They run deep inside the human body carrying liquid, called "Qi," to internal organs.

"Much of the misconception of acupuncture results from Qi often being labeled as a 'special energy,' making it seem mysterious, rather than defining it as a liquid containing stem cells with DNA," he said.
An example of an acupuncture point would be one located below the knee that is thought to connect to the pancreas. If Vodyanoy's theory holds true, stimulating the point sends stem cells to the pancreas where they regenerate and repair the organ.

Vodyanoy is building upon an initial primo-vascular system discovery made by North Korean scientist Bong Han Kim in the early 1960s. Kim published his results in a book printed in Korean, English and Russian, but he disappeared mysteriously in 1966 after communist authorities said his work was unproven. His lab was closed and most of the books disappeared, too, but a few copies still exist, and Vodyanoy has one.
"Dr. Kim believed many stem cells are from the chromosomes of dying cells and that the primo-vascular system creates a new assembly of recycled DNA without mitosis, or cell division," Vodyanoy said. "He did not document his methodology, so scientists have not been able to reproduce his results, but we at Auburn have confirmed the existence of the primo-vascular system with microscopy and we will seek to replicate his findings through our research."

When a bodily injury occurs, cells divide to make new cells to repair the injury. However, Vodyanoy says the division causes errors in the cells that can lead to chronic diseases including Alzheimer's, cancer, diabetes and many other illnesses. Regeneration and repairing by the primo-vascular system would not have this problem if Kim's work is proven accurate.

Vodyanoy's work mirrored Kim's research even before he obtained the book. In 2006, Vodyanoy, while presenting in Auburn, displayed an image of a vessel shown through his microscope—an image that a fellow participant recognized as similar to one in Kim's book. That professor had randomly discovered a copy of Kim's book while traveling in China in 1965, but it was written in Russian, so he could not read it. After the conference, he mailed the book to Vodyanoy, a native of Russia, who began comparing his work to Kim's.

"In the second century AD, Galen described the blood circulatory system," Vodyanoy concluded. "Fifteen hundred years later Thomas Bartholin discovered the lymphatic system. Medical advances from the acupuncture meridian system could be comparable to the discovery of the lymphatic system. We should not wait hundreds more years for this to happen."

3/21/2019

มะเร็ง... หายได้ไม่กลับมา

มะเร็ง... หายได้ไม่กลับมา

ครั้งแรกในประเทศไทย
วิทยากร ดร.คริสโตเฟอร์ เฮอร์ทซอค
รักษามะเร็งระยะสุดท้ายแบบทางเลือกประสบการณ์ 25+ ปี
ดร. รตี แปงน้อย นักดนตรีบำบัด/พลังงานบำบัด ประสบการณ์ 10+ ปี
รับ 20 ท่าน ไม่มีค่าใช้จ่าย
ติดต่อ Line ID: drkornkarn

มะเร็ง ความสัมพันธ์กาย ความคิด และจิตวิญญาณ

มะเร็งความสัมพันธ์กาย ความคิด และจิตวิญญาณ


นายแพทย์ดาเรน สตาร์วินน์ ตั้งข้อสังเกตว่า คนไข้มะเร็งของคุณหมอมีเรื่องราวด้านอารมณ์ที่เกาะกินใจ มีพลังงานจักระบางจักระขาดสมดุลอย่างรุนแรง เมื่อวิเคราะห์กับตำแหน่งของก้อนมะเร็ง พบว่าก้อนมะเร็งในร่างกายมักพบใกล้ตำแหน่งที่จักระขาดสมดุล ซึ่งโยงใยกับเรื่องราวเชิงอารมณ์ที่เกาะกินใจ

ครูจิตวิญญาณบอกว่า กฏของจิตวิญญาณเกิดก่อนกฏกายเนื้อ ความเจ็บป่วยเกิดขึ้นก่อนในพลังงานที่ห้อมล้อมกายเนื้อ เกิดในความรู้สึกนึกคิด ถ้าบุคคลมีจิตวิญญาณดีและเก็บกวาดอารมณ์และจิตใจให้สะอาดอยู่เสมอ ความไม่สมดุลจะถูกขจัดออกไปหรือจัดการในระดับดังกล่าว บุคคลผู้นั้นจะมีสุขภาพที่ปราศจากปัญหา ความคิดลบต่อเนื่องยาวนานในร่างพลังงานสุดท้ายจะตกสู่กายเนื้อ ทำให้เกิดความเจ็บปวดต่างๆ และสภาวะเกิดโรค คุณหมอสตาร์วินน์เชื่อว่านี่คือภาพของการเกิดมะเร็งที่ถูกต้อง

ปัจจุบันศาสตร์ที่เรียกว่า psychoneuroimmunology (PNI) เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยจิตวิทยา ระบบประสาทส่วนกลาง และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่ถุกควบคุมโดยฮอร์โมนระบบประสาท (neuroendocrine) ได้รับรองว่าความไม่สมดุลทางอารมณ์นำไปสู่การเกิดเนื้อเยื่อมะเร็ง

บทความในวารสารมะเร็งยุโรปตีพิมพ์เรื่องความเชื่อมโยงของความเครียดเชิงอารมณ์กับการลดการทำงานของยีนระบบภูมิคุ้มกัน ภาวะซึมเศร้ากดการทำงานของการสร้างทีเซลล์นักฆ่าภายในร่างกาย ขัดขวางการซ่อมแซมดีเอ็นเอที่ผิดปรกติ และกระตุ้นการป่วยตายแบบอะป็อบโทซิสของเซลล์ บทความสรุปว่า ปัจจัยทางจิตวิทยาหรือเชิงพฤติกรรมอาจมีผลต่อความความพัฒนาก้าวหน้าของมะเร็งผ่านปัจจัยเชิงจิตวิทยาสังคมในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและระบบสรีระวิทยาอื่น

บทความรีวิวจากวารสารมะเร็ง โดยดร. จูเลียน บาวเออร์ 2019 กล่าวว่า ความเหนื่อยล้าเกินกว่าระดับการทำกิจธุระในชีวิตประจำวันทั่วไปเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในคนไข้มะเร็ง ให้ความรู้สึกสิ้นหวังต่อเนื่อง หมดเรี่ยวแรงทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และความคิดอ่าน การศึกษาเชิงความเกียวข้องระหว่างภูมิคุ้มกันและระบประสาทพบว่า ความลำบากยากแค้นในวัยเด็กมีผลอย่างมากกับการเสียพลังงานชีวิตที่สัมผัสได้ในรูปแบบของอาการไม่มีเรี่ยวแรงนี้ อาการอื่นที่พบคืออาการซึมเศร้าหมดอาลัยตายอยาก ไม่ทำอะไรเลย การนอนถูกรบกวน (นอนไม่หลับ หลับไม่นาน หลับไม่อิ่ม) มีอาการแปลกแยก อยู่คนเดียว หงอยเหงา และมีความผวาหวาดกลัวหงุดหงิด งานวิจัยลงความเห็นว่าความเปลี่ยนแปลงเชิงภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมนประสาท และระบบประสาทมีความเกี่ยวข้องกับความหมดเรี่ยวแรงนี้

ดร. คาโรลีน มิสส์ กล่าวว่า เมื่อพลังงานจักระรั่วไหล เกิดการเสียพลังชีวิต ร่างกายต้องไปดูดพลังงานชีวิตจากเนื้อเยื่อใกล้จักระดังกล่าวมาใช้ ทำให้เกิดการเหนือยง่าย ไม่มีแรง และเกิดอาการซึมเศร้าได้ สภาวะนี้เหมือนปรากฏการณ์ที่วารสารมะเร็งกล่าวไว้ข้างต้น ความเครียดทางกายจิตและอารมณ์เบื้องต้นทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติด้านกลัวและต่อสู้หรือหนีทำงานต่อเนื่อง ประสาทส่วนซ่อมแซมพักผ่อนไม่สามารถทำงานได้เต็มกำลัง ทำให้เกิดโรคร้ายกับร่างกายได้ในที่สุด

วิธีซ่อมแซม ก่อนอื่นคือเปิดโอกาสให้ระบบประสาทพาราซิมพาเธติกได้ทำงานของมัน จะเกิดได้เมื่อร่างกายผ่อนคลาย ดนตรี การเต้น งานศิลปะ คือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายรีบเร่งน้อยลง เปิดช่องว่างให้ระบบประสาทคลายตัวร่างกายจึงมีโอกาสซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา คือความคิดที่ทำให้จิตใจเราไม่คลุกกับเคื่องราวของผู้อื่นมากมายในแต่ละวัน เป็นการเก็บรักษาพลังงานชัวิตไปใช้ในการเนรมิตอนาคตให้เป็นตามต้องการ ผู้ที่จัดการพลังงานความคิดและอารมณ์ตนเองได้อย่างสมดุลในแต่ละวัน จะมีจิตใจแจ่มใส สุขภาพสมดุลเมื่อพลังชีวิตดีโรคภัยต่างๆก็ไม่สามารถมาเยือนให้เกิดปัญหาได้



ภาพซ้ายพลังงานไหลออกเป็นก้อนโป่งพองสีชมพูที่ศอจักระ เมื่อทำการฝังเข็มพลังงานเดินได้สะดวกก้อนสีชมพูจึงหายไปในภาพขวา
Cr Biofield viewer


อารมณ์ถูกเก็บไว้ในร่างกายตามตำแหน่งต่างๆ ออโตเจนิค ทรีตเม้นต์และส้อมเสียงช่วยปลดปล่อยพลังงานตกค้างเหล่านั้นได้


พลังงานในด้านซ้ายแสดงพลังงานสีเขียวสีฟ้าที่สมดุล สีชมพูคือพลังงานไม่ลื่นไหลต่อไปจะเป็นโรคและความเจ็บป่วยต่างๆ
Cr Biofield viewer


มะเร็งมีเซลล์มะเร็ง ผลิตจากสเต็มเซลล์มะเร็ง (สีเขียวอ่อน) การรักษามะเร็งทั่วไปใช้รังสีหรือคีโมทำลายเซลล์มะเร็ง แต่ไม่เข้าถึงสเต็มเซลล์มะเร็ง (ภาพชุดบนสุด) ภ้าพลังงานในร่างกายเราไม่ดี มีความเครียดหลั่งคอร์ติซอลอักเสบเรื้อรัง มีน้ำตาลในเลือดมากเกิน สุดท้ายสเต็มเซลล์มะเร็งก็แบ่งตัวให้เซลล์มะเร็งได้อีกในวันข้างหน้า

#มะเร็ง #สาเหตุการเกิดมะเร็ง #สาเหตุทางอารมณ์ที่ทำให้เกิดมะเร็ง

3/18/2019

PEMF ในประเทศไทย ของดีที่ควรรู้จัก

PEMF ในประเทศไทย ของดีที่ควรรู้จัก

ถ้าคุณฝึกโยคะ รำไทเก๊กทุกวัน ไม่ต้องอ่านบทความนี้ก็ได้คะ
แต่ถ้าคุณเป็นเหมือนบุคคลส่วนใหญ่ ที่ไม่ได้ฝึกกิจกรรมดังกล่าวเป็นนิจสิน ขอแนะนำเรื่องราวต่อไปนี้ค่ะ

อะไรเอ่ยชาร์จสนามแม่เหล็กในเซลล์ในร่างกายเรา ปรับสมดุลเซลล์ นำร่างกายเราสู่สุขภาพที่ดี


แผ่นแม็ตกว้างยาวเท่าขนาดร่างกายนี้ สร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแบบติดดับ (pulsed electromagnetic field) ความถี่ต่ำ เปลี่ยนความถี่ไปเรื่อยๆ สแกนอวัยวะภายในของเรา อวัยวะไหนความถี่ไม่สมดุลสนามแม่เหล็กไฟฟ้าดังกล่าวก็จูนสนามแม่เหล็กไฟฟ้าของอวัยวะนั้นๆ ให้เข้าสู่สมดุล 

เมื่อสนามแม่เหล็กของอวัยวะสมดุล น้ำอาหารอ็อกซิเจนเข้าได้ ของเสียในเซลล์ถ่ายเทออก สมดุลพลังงานชีวิตกลับคืนมา ร่างกายก็หายจากโรคไม่ติดต่อต่างๆ ในไม่ช้า

หนึ่งในการทำงานของเทคโนโลยี pulsed electromagnetic field therapy ของ QRS 101 ประเทศเยอรมันนี ก็คือช่วยปรับความหนืดของเลือด ทำให้เม็ดเลือดไม่ติดกันเป็นแท่งหรือเป็นแพ เม็ดเลือดทำงานได้ดีขึ้นนำออกซิเจนไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยกระตุ้นการสร้างไนตริกออกไซด์ในปริมาณที่พอเหมาะ เพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือด


นำมาใช้ในการบำบัดฟื้นฟูเซลล์ผู้ป่วยอัมพาต นำน้ำและอาหาร อ็อกซิเจนเข้าสู่เซลล์ ให้พลังงานโดยตรงกับเซลล์ เมื่อเส้นประสาทถูกกายภาพบำบัดให้ส่งกระแสประสาทได้ เซลล์ก็พร้อมจะทำงาน
มีแต่เสริมและสนับสนุน ประโยชน์ได้กับผู้ป่วยและญาติเป็นอย่างยิ่ง

อัมพาตทั้งตัว แต่รอยยิ้มและน้ำตาแห่งความปิติของคุณลุงทำให้ลูกสาวมีใจจะไปต่อ อุ้มคุณลุงมารับการบำบัดทุกสัปดาห์ จากสมุทรปราการสู่ลาดพร้าว 71 เดินทางนานแค่ไหนก็เทใจให้คุณพ่อค่ะ

กราบด้วยความเคารพค่ะ

ติดต่อสอบถามข้อมูล ประเมิณอาการเจ็บป่วยและการบำบัด และทดลองใช้งาน ที่ Line ID: drkornkarn

#PEMFThailand
#อัมพาตอัมพฤกษ์บำบัดได้
#สนามแม่เหล็กไฟฟ้าแบบติดดับ
#pulsedelectromagneticfieldtherapy 
#QRS101Thailandclinicalexperience


2/05/2019

Alzheimer's Holistic Treatment in Bangkok, Thailand.

Alzheimer's Holistic Treatment in Bangkok, Thailand.


Sonotherapy, modified Bredesen's protocol,  and energy medicine approach with much improved result.

Your brain cells are just deprived of energy. Let the nutrient go in following modified Bredesen's protocol and you restore your brain activity.

We are a collaborations of specialist in nutraceutical science, energy medicine, music therapy and health care providers wanting to provide you with a real solution to get you back on your feet to enjoy life one more time based on the most advance knowledge of science.

A starter one day activity based workshop detail below:


Private treatment available. 
Contact Dr. K. Bhamarapravati
drkornkarn@gmail.com

FB: Institute of Mind-Body-Spirit Health Promotion
1 Hiranrujee 3, Prachathipok Road, Bangkok, Thailand 10600



2/04/2019

อัลไซเมอร์ บำบัดได้

อัลไซเมอร์ ป้องกันได้ รักษาได้ บำบัดได้

#อัลไซเมอร์บำบัดได้
#หยุดอัลไซเมอร์
#สถาบันส่งเสริมสุขภาพกายและจิตวิญญาณ


ตั้งแต่ปี 2014 ดร. เดล เบรเดเซ่น นักวิจัยประจำสถาบันบั๊ค ในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รักษาผู้ป่วยอัลไซเมอร์กว่า 100 คน ด้วยการเปลี่ยนอาหาร และให้อาหารเสริมที่ผู้ป่วยขาด ได้ผลดียิ่ง

ในปี 2016 มีงานวิจัยตีพิมพ์ในนิตยสาร Nature ว่า ความถี่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต่ำจำเพาะบางคลื่น สามารถสลายอมีลอยด์พล๊ากในสมองสัตว์ทดลองที่ถูกกระทำให้เป็นอัลไซเมอร์ได้ ตั้งแต่นั้นมามีการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ต่ำในงานวิจัยระดับคลินิค และมีครอบครัวผู้ป่วยอัลไซเมอร์เอาความรู้ที่เผยแพร่แล้วนี้ไปปรับใช้ ได้ผลกับผู้ป่วยเป็นที่น่าพอใจ



สถาบันส่งเสริมสุขภาพกายและจิตวิญญาณ ในความร่วมมือระหว่างนักวิชาการสุขภาพและนักวิชาการคลื่นความถี่บำบัด จึงจัดเวิร์คช็อพ "หยุดอัลไซเมอร์" ขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกในการบำบัดอาการของผู้ป่วยโรคดังกล่าว




โดยจะให้ความรู้การเปลี่ยนอาหาร อาหารเสริม การใช้ความถี่บำบัดและได้รับความถี่บำบัดด้วยในวันดังกล่าว

วิทยากร นักบำบัด และคณะทำงาน

รศ.ดร.กรณ์กาญจน์ ภมรประวัติ
อดีตประธานหลักสูตรปริญญาโท-เอก สาขาเภสัชโภชนศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผู้เชียวชาญเวชศาสตร์พลังงาน หลักสูตรจากสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา

ดร. รตี แปงน้อย และคุณธีรยา แปงน้อย
นักดนตรีความถี่บำบัดชั้นนำของประเทศไทย 

รศ. นท. นพ คมสันต์ สุวรรณฤกษ์
ประกาศนียบัตรเวชศาสตร์ครอบครัว
อาจารย์ประจำ คณะแพทยศาสตร์ และวิทยาลัยแพทย์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วันที่อาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2562 
สถานที่ โรงแรมพักพิงอิงทาง ถนนงามวงศ์วาน
เวลา 9 น.-16 น.
จำนวน 15 ครอบครัว

ค่าใช้จ่าย ครอบครัวละ 3500 บาท รวมอาหารกลางวันและเบรคสำหรับสองท่าน
ติดต่อสอบถามรายละเอียด หรือชำระเงินสำรองที่นั่งที่ 
FB: Korn Bhamarapravati
Line ID: drkornkarn
โทร 081 441 3989 หลัง 16 น.













6/18/2018

สภาวะดื้ออินซูลิน ต้นเหตุแท้จริงของโรคผู้มีอันจะกิน

สภาวะดื้ออินซูลิน ต้นเหตุแท้จริงของโรคผู้มีอันจะกิน

สภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้ร่างกายนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ได้ยาก เป็นสภาวะที่เกิดก่อนการเป็นโรคเบาหวานสิบยี่สิบปี ทุกท่านที่มีพุงกะทิมีสภาวะนี้ทั้งสิ้น จะก่อให้เกิดโรคความดันเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด เราไม่ทราบว่าเราเป็นโรคดื้ออินซูลิน เพราะในชุดตรวจสุขภาพประจำปีไม่มีการตรวจอินซูลินหลังอดอาหาร ค่าอินซูลินในเลือดเกินแปดในเวลาเช้าแปลว่าท่านเป็นโรคนี้แล้ว แต่ร่างกายสามารถชดเชยความบกพร่องนี้ได้เป็นสิบปีทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดยังคงที่ เมื่อปริมาณน้ำตาลในเลือดควบคุมไม่ได้ก็กลายเป็นโรคเบาหวาน  ซึ่งทางการแพทย์แผนปัจจุบันบอกว่าต้องกินยาไปตลอดชีวิต แต่ในวงการแพทย์ทราบกันดีว่า คนไข้เบาหวานไม่มีวันดีขึ้น ยาช่วยให้น้ำตาลต่ำได้สักระยะหนึ่ง จากนั้นหมอก้ต้องเปลี่ยนยา ฉีดอินซูลิน แผลที่เท้าเริ่มหายยาก ต้องตัดขา ตาบอด ไตวาย จบชีวิตเร็วกว่าที่ควรจะเป็น 8-10 ปี

สาเหตุของสภาวะดื้ออินซูลินมาจากภาวะการอักเสบ สภาวะเครียดอ็อกซิเดชั่น พันธุกรรม แต่สาเหตุสำคัญที่สุดที่ก่อให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินคืออาหารที่เรารับประทาน หรือจะเรียกให้ถูกต้องคือชนิดของอาหารที่เรารับประทาน ที่เรียกว่าสภาวะช้างในห้องนั่นเอง (คือใหญ่เกินไปจนมองไม่เห็น) เราถูกสอนว่าไขมันเป็นของไม่ดี เป็นต้นเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด ให้ลดหรืองดอาหารไขมัน ทั้งที่ไขมันให้พลังงานได้ดีและไม่กระตุ้นอินซูลิน ถูกสอนว่าสาเหตุของเบาหวานคือน้ำตาล ผู้ป่วยเบาหวานให้ลดอาหารหวาน แต่ไม่มีใครบอกให้ผู้ป่วยเบาหวานงดแป้งและผลไม้ซึ่งเป็นอาหารกระตุ้นการหลั่งอินซูลินระดับสูงๆ ไขมันในอาหารถูกมองให้เป็นผู้ร้าย เป็นสาเหตุของโรคอ้วน แต่ในภาวะที่อินซูลินในเลือดสูงคาร์โบไฮเดรทส่วนเกินจากมื้ออาการต่างหากที่ถูกสร้างเป็นเม็ดไขมันที่เพิ่มขึ้นในเซลล์ (adipogenesis) เมื่อไขมันในเซลล์ปริ่มล้นจนเซลล์รับไว้ไม่ได้อีกต่อไป (100-200 เท่าปริมาตรปรกติ) ปริมาณอินซูลินในเลือดจะกระตุ้นเซลล์ต้นกำเนิดให้เปลี่ยนเป็นเซลล์สะสมไขมัน (lipogenesis) มำให้มีเซลล์ไขมันเพิ่มจำนวนขึ้นในร่างกาย

คนไทยเกิดในประเทศทำนา ทุกมื้อมีข้าวขัดขาวกระตุ้นอินซูลินอย่างสุดๆ อาหารคือตัวการก่อภาวะดื้ออินซูลิน แต่อาหารที่ถูกต้องก็ขจัดปัญหานี้ให้ท่านได้เช่นกัน


การจะแก้ปัญหาภาวะดื้ออินซูลิน คือเราต้องบริโภคอาหารที่รักษาระดับอินซูลินไว้ในระดับที่ร่างกายพอใจ

โปรตีนกระตุ้นอินซูลินในระดับพอสมพอควร 2-3 เท่าของระดับปรกติ คาร์โบไฮเดรท (ขึ้นกับชนิดใด) กระตุ้นอินซูลินอย่างมาก เกินกว่า 10 เท่าสูงกว่าระดับปรกติ ส่วนการบริโภคไขมันไม่กระตุ้นปริมาณอินซูลินเลย ดังนั้นอาหารที่จำกัดการเพิ่มปริมาณอินซูลินอย่างมากอย่างรวดเร็ว (คาร์โบไฮเดรท) และเพิ่มปริมาณสารอาหารที่ไม่กระตุ้นอินซูลิน (ไขมัน) จึงสามารถทำให้สภาวะตอบสนองต่ออินซูลินของเซลล์ต่างๆในร่างกายคืนกลับมาได้

มาเรียนรู้เกี่ยวกับอินซูลินกันเถิด

อ้างอิง ดร. เบนจามิน บิ๊คแมน
ภาพจากอินเตอร์เน็ต

#อินซูลิน
#ดื้ออินซูลิน
#ไขมัน
#คาร์โบไฮเดรท
#เบาหวาน
#โรคหัวใจ
#โรคอ้วน